mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday290
mod_vvisit_counterYesterday440
mod_vvisit_counterThis week2155
mod_vvisit_counterLast week2228
mod_vvisit_counterThis month8357
mod_vvisit_counterLast month8902
mod_vvisit_counterAll days158151

lightboxpopup

ตั้งค่าการใช้งาน True Move H PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ใหม่   
วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2012 เวลา 10:08

ตั้งค่าการใช้งาน True Move H

     ในยุคที่การสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตไป แล้วนั้น ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมายในการที่จะเลือกใช้บริการที่ดีและเหมาะกับวิถีการ ใช้ชีวิตของของตัวเองมากขึ้น แต่การที่จะเลือกใช้บริการใดนั้น ผู้บริโภคควรที่จะพิจารณาที่คุณภาพของบริการและความน่าเชื่อถือของผู้ให้ บริการเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน

     วันนี้ Thumbsup มีอีกหนึ่งความล้ำหน้าของบริการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคที่ ข้อมูลข่าวสาร ความรวดเร็ว และความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต นั่นก็คือบริการ ทรูมูฟ เอช 3G+ เครือข่ายใหม่จากทรู ผู้นำชีวิตคอนเวอร์เจนซ์ นั่นเอง

     TrueMove H เป็นเครือข่ายใหม่ที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงหรือที่เรามัก เรียกกันว่า 3G +ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้งานที่ความเร็วได้ที่สูงถึง 42 Mbps. ดังนั้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถพิจารณาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น Thumbsup จึงได้ทดลองการใช้งานจริงโดยใช้บริการ TrueMove H บนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S II ที่กำลังเป็นที่นิยม มาดูการใช้งานกันครับ (ก่อนอื่นต้องแจ้งก่อนนะครับ ว่า Samsung รุ่นนี้ ตัวเครื่องเองรองรับความเร็วสูงสุดได้ 21 Mbps)

     เริ่มแรกสุดหลังจากที่เราใส่ซิมการ์ด TrueMove H เข้าไปและเปิดเครื่องขึ้น เราต้องเริ่มจากการตั้งค่าเพื่อให้ใช้งาน 3G ได้ ซึ่งวิธีการตั้งค่าที่เราเรียกว่า APN หรือ Access Point Name ทำได้ดังนี้

1) เข้าไปที่ Settings ของเครื่อง จากนั้นเลือกไปที่ Wireless and network


2) เลือกที่ Mobile Networks


3) เลือกที่ Access Point Names


4) จะเห็นว่ายังไม่มี APN ใดๆ ให้กดเลือก Menu จากนั้นเลือก Add new


5) จากนั้นกรอกข้อมูลในช่องต่างๆ เพื่อตั้งค่า APN สำหรับการใช้งาน Internet ดังต่อไปนี้
  • Name: TRUE-H INTERNET
  • APN: hinternet
  • Proxy: Not set
  • Port: Not set
  • Username: true
  • Password: true
  • Server: Not set
  • MMSC: Not set
  • MMS proxy: Not set
  • MMS port: Not set
  • MCC: 520
  • MNC: 00
  • Authentication type: No
  • APN type: internet

เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้ทำการบันทึก จากนั้นจะได้ตัวเลือกปรากฏบน APN ดังนี้


6) ให้ทำการสร้าง APN อีกหนึ่งตัวสำหรับการรับส่ง MMS ดังนี้
  • Name: TRUE-H MMS
  • APN: hmms
  • Proxy: Not set
  • Port: Not set
  • Username: true
  • Password: true
  • Server: Not set
  • MMSC: http://mms.trueh.com:8002/
  • MMS proxy: 010.004.007.039
  • MMS port: 8080
  • MCC: 520
  • MNC: 00
  • Authentication type: No
  • APN type: mms

เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้ทำการบันทึก จากนั้นจะได้ตัวเลือกปรากฏบน APN ทั้งหมดดังนี้


     เพียงเท่านี้ สมาร์ทโฟนของคุณก็พร้อมที่จะใช้งานการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงของ TrueMove H ได้แล้ว **แต่ ที่สำคัญก็คือ คุณควรทำการสมัครแพ็กเกจการเชื่อมต่อข้อมูลให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ด้วย ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องเสียค่าใช้บริการที่สูงมาก**

     นอกจากการตั้งค่าการเชื่อมต่อพื้นฐานดังกล่าวมาแล้ว อยากแนะนำให้ตั้งค่าอื่นๆ บนสมาร์ทโฟน ของคุณเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งานบน TrueMove H มีความสะดวก รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  1. การตั้งค่าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้ทำการส่งข้อมูลมายังเครื่องแบบอัตโนมัติ – ไม่ว่าจะเป็นอีเมล, การแจ้งเตือนบนแอพพลิเคชั่นอต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram, ฯลฯ โดยทำการตั้งเวลาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น ทุกๆ 30 นาที จะช่วยให้การใช้งานสังคมออนไลน์ และการติดต่อสื่อสารต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถเพิ่มขึ้น โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเช็คข้อความใหม่ๆ เองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความถี่ในการเช็คข้อมูลอัตโนมัติจะมีผลกับการใช้แบตเตอรี่ ซึ่งเราไม่ควรตั้งให่ถี่เกินไปเพื่อรักษาแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนั้นการตั้งค่าในรูปแบบนี้จะมีการใช้ข้อมูลที่ค่อนข้างสูงซึ่งหากคุณ ไม่ได้ใช้แพ็กเกจแบบ unlimited ก็จะไม่มีความจำเป็นให้ตัวเครื่องตรวจสอบข้อมูลใหม่ๆ เป็นระยะๆ
  2. การตั้ง bookmark หรือ short cut เพื่อให้เข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ รวดเร็วขึ้น – ในการใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ นั้น หากเรามีเว็บไซต์ที่เช้าเป็นประจำเราสามารถที่จะสร้าง short cut ไว้ที่หน้าจอหลักของโทรศัพท์เพื่อให้เข้าถึงเว็บเหล่านี้ได้รวดเร็วขึ้นโดย ไม่ต้องกลับไปพิมพ์ web address ใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน
  3. การ cache หรือเก็บข้อมูลที่ไม่มีความเสี่ยงไว้ในเครื่อง – บางแอพพลิเคชั่นเช่น Google Maps ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5.0 (บน Android) ขึ้นไปนั้น ตัวแอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นที่ช่วยเก็บข้อมูลแผนที่ไว้ในเครื่องซึ่งทำให้ เราประหยัดเวลาและไม่ต้องโหลดข้อมูลใหม่ทุกครั้ง หรือหากเรามีเว็บไซต์ที่เช้าเป็นประจำที่ต้องใช้ username และ password ที่ไม่มีความเสี่ยงมากนัก เราสามารถที่จะเลือกให้แอพพลิเคชั่นหรือเบราเซอร์บนเครื่องทำการจำข้อมูล เหล่านี้ไว้ได้ ซึ่งเมื่อต้องการใช้งานครั้งต่อไปจะช่วยให้เราเช้าถึงหน้าเว็บได้รวดเร็ว ยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องกรอกข้อมูลเหล่านี้ใหม่
  4. การเคลียร์ cache บนเครื่องเพื่อเพิ่มความเร็วในการใช้งาน – หลายๆ แอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นสำหรับการใช้งาน Facebook, Twitter มักจะทำการเก็บข้อมูลข้อความต่างๆ ไว้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปแอพพลิเคชั่นเหล่านี้มักจะทำให้การใช้งานช้าลง ดังนั้นเมื่อผ่านไปได้สักระยะหนึ่ง คุณสามารถที่จะเคลียร์ cache ของแอพพลิเคชั่นนั้นๆ เพื่อช่วยให้การใช้งานรวดเร็วขึ้น แต่การเคลียร์ cache จะมีผลให้คุณต้องกรอกข้อมูลเช่น username และ password ใหม่ด้วย
  5. การปิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้อย่างสมบูรณ์แบบ – ในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Android นั้น ตัวโทรศัพท์จะรองรับการทำงานแบบ Multi tasking ซึ่งอนุญาตให้แอพพลิเคชั่นยังทำงานอยู่เบื่้องหลังแม้คุณไม่ได้ใช้งานแอพพลิ เคชั่นนั้นๆ ซึ่งการเปิดแอพพลิเคชั่นทิ้งไว้มากๆ จะมีผลให้เครื่องทำงานช้าลงและใช้แบตเตอรี่เปลืองมากขึ้น ดังนั้นการปิดแอพพลิเคชั่นเหล่านี้อย่างสมบูรณ์จะช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่ และเครื่องทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  6. ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย – สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชั่นที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการข้อมูลแบบโรมมิ่งในต่างประเทศ ได้ รวมถึงการเลือกที่จะใช้ 3G หรือไม่ ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้ผู้ใช้ควรระมัดระวังในการเลือกใช้งานด้วย หากเปิดการโรมมิ่งทิ้งไว้ขณะเดินทางไปต่างประเทศอาจจะต้องเสียค่าบริการที่ สูงมากได้
  7. การใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ในหลายๆ สถานการณ์เราอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องอินเทอร์เน็ตไร้สายหรือ Wi-Fi นอกสถานที่เพื่อทำงานต่างๆ ซึ่งสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Android ก็สามารถที่จะรองรับการใช้งานดังกล่าวได้ภายใต้ฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Tethering ซึ่งการเปิดใช้งานบริการดังกล่าวจะทำให้โทรศัพท์เปลี่ยนสัญญาณ 3G ให้กลายเป็นสัญญาณ WiFi เพื่อให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ สามารถที่จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ทันที แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือการใช้งาน tethering จะทำให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็วมาก
  8. การติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อรักษาระดับเมมโมรี่ – การรักษาระดับความจำของตัวเครื่องหรือเมมโมรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะ ช่วยให้ตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็ว ซึ่งในยุคก่อนนี้ การติดตั้งแอพพลิเคชั่นประเภท memory cleaner เพื่อกำจัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกจากหน่วยความจำจะช่วยให้เครื่องทำงานได้ เร็วจริง แต่ในปัจจุบันเมื่อสเปคของเครื่องและความก้าวหน้าของระบบปฏิบัติการถูกพัฒนา ให้ล้ำหน้า แอพพลิเคชั่นเหล่านี้มีความจำเป็นน้อยลงมากเพราะระบบปฏิบัติการสามารถที่จะ ตรวจสอบและรักษาระดับความจำของตัวเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นแอพพลิเคชั่นเหล่านี้จึงไม่มีความจำเป็น แต่หากใครอยากใช้เพื่อความมั่นใจก็สามารถหาแอพพลิเคชั่นประเภทนี้ได้จาก App Store หรือ Android Market ได้
  9. การใช้บริการเก็บข้อมูลบน Cloud – ในปัจจุบันเมื่อข้อมูลมีจำนวนมากมายขึ้นเรื่อยๆ และความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ก็มีมากตามไปด้วยนั้น บริการฝากไฟล์หรือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก็มีความจำเป็นมากขึ้นเพราะเราสามารถ ที่จะเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ได้จากทุกที่ที่สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งในการใช้งานสมาร์ทโฟนก็เช่นกัน เราสามารถที่จะฝากเมล, ไฟล์เอกสาร, รูปภาพ, เพลงหรือวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้จะช่วยให้เราไม่ต้องพกอุปกรณ์อื่นๆ ติดตัวมากมายนักและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกเวลา โดยเฉพาะเมื่อการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีความเร็วสูงเช่น True Move H จะช่วยให้เราสามารถฝากเก็บหรือเข้าไปดึงข้อมูลจากบริการเหล่านี้ได้อย่างรวด เร็ว ซึ่งบริการรูปแบบนี้จะช่วยให้เราคล่องตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้น

     เรียกได้ว่าการตั้งค่าต่างๆ บนตัวเครื่องให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่มี ความสำคัญต่อการใช้สมาร์ทโฟนในยุคนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งการตั้งค่าที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยให้ใช้เครื่องได้อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังช่วยให้ใช้งานเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง True Move H ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลผ่านความเร็วสูงได้ภายใต้พื้นที่ที่ครอบคลุมสูงที่ สุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน คุณก็สามารถที่จะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ